สารบัญ
Performance Max (PMax) คือแคมเปญของ Google ที่ยิงได้ทุกที่ในแคมเปญเดียว ทั้ง Search, YouTube, Display, Gmail และ Maps ระบบเลือกเองว่าจะโชว์ใคร ที่ไหน ด้วยครีเอทีฟชิ้นไหน
ฟังดูสะดวก แต่ถ้าตั้งไม่ดี งบจะหมดไปกับยอดที่ “ได้มาอยู่แล้ว” โดยที่ตัวเลขในรายงานดูสวย
ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุด#
- กินคนที่ค้นหาชื่อแบรนด์: คนที่พิมพ์ชื่อร้านเราจะซื้ออยู่แล้ว แต่ PMax นับยอดนั้นเป็นผลงานตัวเอง
- นับ conversion ผิด: ตั้งให้นับการกดโทรหรือการเข้าหน้าติดต่อเป็นยอดขาย ระบบจะไปหาคนที่ชอบกดแต่ไม่ซื้อ
- ครีเอทีฟน้อยเกินไป: ใส่รูป 2–3 รูปกับข้อความสั้น ๆ ระบบก็ประกอบโฆษณาออกมาได้ไม่ดี
ตั้งค่าให้ถูกตั้งแต่ต้น#
- ติดตั้งการวัดผลให้ครบก่อน — ยอดขายจริงหรือ lead ที่ผ่านการคัดกรองแล้ว ไม่ใช่แค่การคลิก
- ตัดคำค้นชื่อแบรนด์ออก ด้วย brand exclusion แล้วแยกแคมเปญ Search สำหรับชื่อแบรนด์ต่างหาก
- ใส่ asset ให้ครบ — รูปอย่างน้อย 10 รูป วิดีโอแนวตั้งและแนวนอน หัวข้อ 5 แบบขึ้นไป
- ใส่ audience signal เช่น รายชื่อลูกค้าเดิม หรือคนที่เคยเข้าหน้าสินค้า เพื่อบอกระบบว่าลูกค้าเราหน้าตาเป็นแบบไหน
ให้เวลาระบบเรียนรู้#
สองสัปดาห์แรกตัวเลขจะแกว่ง อย่าเปลี่ยนงบหรือเป้าหมายทุกวัน เพิ่มงบครั้งละไม่เกิน 20% และรอให้มี conversion อย่างน้อย 30 ครั้งก่อนตัดสินว่าแคมเปญดีหรือไม่ดี
วัดผลแบบไม่หลอกตัวเอง#
ดูยอดรวมของทั้งบัญชี ไม่ใช่เฉพาะ PMax ถ้าเปิด PMax แล้วยอดรวมไม่ขยับ แต่ยอดของแคมเปญ Search หายไป แปลว่ามันแค่ย้ายยอดมาใส่ชื่อตัวเอง
PMax ไม่ได้ฉลาดกว่าข้อมูลที่เราป้อนให้ ยิ่งข้อมูลการวัดผลแม่น ยิ่งได้ลูกค้าที่ใช่
ชอบบทความนี้? แชร์ให้เพื่อนเลย
aiDev-Hub พร้อมช่วยคุณ
อยากให้ธุรกิจโตแบบในบทความ?
ให้ทีมเรายิงแอดหรือทำเว็บให้ หรือเรียนรู้ต่อด้วยอีบุ๊คเชิงลึก



